|
รายงานผลการจัดมหกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว
จัดโดยหน่วยจัดการความรู้ เรื่องความรุนแรงในครอบครัว |
|
องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี
เป็นวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล
ส่วนรัฐบาลไทยได้กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
รวมทั้งกำหนดมาตรการและดำเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรี
กระทรวงสาธารณสุขได้จัดศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ประสบความรุนแรงแบบครบวงจร
(One stop service) ใน 20 โรงพยาบาลนำร่องเมื่อปีงบประมาณ 2544
ซึ่งปัจจุบันได้ขยายไปทั่วประเทศ กรุงเทพมหานครได้จัดศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและสตรีในโรงพยาบาล สังกัดสำนักการแพทย์ 9 แห่ง และในศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัยทั้ง 65 แห่ง สำหรับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้จัดตั้ง ศูนย์นารีรักษ์ เพื่อช่วยเหลือสตรีที่ได้รับความรุนแรงในครอบครัวเมื่อปี 2547 การให้บริการต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นการให้บริการเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ ที่จะช่วยป้องกัน ยับยั้ง หรือยุติ มิให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งชุมชนเป็นหน่วยหน้าของสังคมที่รู้ปัญหา และได้รับผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเสมอ ดังนั้น จึงสมควรผลักดันให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขช่วยเหลือหรือยุติความรุนแรง ด้วยเหตุนี้ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงร่วมกับกรุงเทพมหานคร และองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านเด็ก สตรีและครอบครัว ได้จัดโครงการ พลังชุมชนลดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การแสดงความคิดเห็นและแหล่งการเรียนรู้ในกลุ่มคนทำงาน รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้มากขึ้น พร้อมทั้งเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้สังคมเกิดความตระหนักในการช่วยกันยุติปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและช่วยแก้ไขปัญหาให้ลดลงและผลักดันให้เป็นนโยบายหรือภาวะแห่งชาติต่อไป รวมทั้งการออก พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ ..ด้วย |
|
การจัดประชุมในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2549 มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 612 คน เป็นเครือข่ายภาครัฐและเอกชน คือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม , กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , โรงพยาบาลรามาธิบดี , มูลนิธิเพื่อนหญิง , บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาสังคม สำนักงานการแพทย์ สำนักงานเขต (ประชาชนและอาสาสมัครรับแจ้งเหตุ) รูปแบบการประชุมประกอบด้วย ภาคเช้า - การปาฐกถาพิเศษ เรื่องการลดความรุนแรงในชุมชน ครอบครัว สังคมไทย โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร - การอภิปราย ชุมชนกับการป้องกันปัญหาความรุนแรง - เหล้าและความรุนแรง - ครอบครัวเข้มแข็งกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว - การป้องกันความรุนแรงของกรุงเทพมหานคร - การบรรยายเรื่องตัวชี้วัด : ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดย รศ. นพ. รณชัย คงสกนธ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลราธิบดี ภาคบ่าย การประชุมเชิงปฏิบัติการ ห้องอรรถสิทธิ เรื่องการให้ความช่วยเหลือศูนย์ OSCC ของสำนักแพทย์ กรุงเทพมหานคร - นำเสนอด้วยวีดีทัศน์ ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี ที่ดำเนินการในโรงพยาบาล 9 แห่งและนำเสนอกรณีศึกษา 3 ราย เพื่อและเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าประชุม สรุปบทบาทของชุมชนได้ดังนี้ 1. เสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยภาครัฐเป็นผู้จุดประกาย 2. ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับชุมชน ให้ชุมชนมองเห็นปัญหาของตนเองและสนับสนุนทั้งในด้านความรู้ ความเข้าใจและงบ ประมาณ 3. ภาครัฐควรกระตุ้นให้ชุมชนมีบทบาทในการดูแลชุมชนตนเอง ห้อง ABC เรื่องแนวทางการปฏิบัติศูนย์พึ่งได้ : กระทรวงสาธารณสุข รายงานอุบัติการต่อความรุนแรงในครอบครัวปี 2547-2549 ประมาณ 14,382 คน จากข้อมูลของโรงพยาบาล 104 โรง ในจำนวนพันกว่าโรงพยาบาล เปรียบเสมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาในมหาสมุทร ผู้กระทำความรุนแรง 80% คือคนใกล้ชิดและอยู่ในครอบครัวคือ 1. สามี 2. คนในครอบครัว (ญาติ) 3. พ่อแม่ 4. พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง 5. คนรัก กลไก ที่ทำให้เกิดการทำงานอย่างประสิทธิภาพ 1. ทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ เข้าใจข้อจำกัดของแต่ละหน่วยงาน 2. มีการประสานงานที่ดี เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานด้านนี้ 3. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันของทีมสหวิชาชีพ 4. พลังชุมชนที่อยู่ใกล้ชิด เป็นบุคลากรที่สำคัญที่สุด 5. ภาครัฐให้การยกย่อง ให้เกียรติผู้ที่เสียสละในการช่วยเหลือ ห้องโรงเรียนบริหาร เรื่องแนวทางครอบครัวสมานฉันท์ : กระทรวงสาธารณสุข ที่ประชุมได้พูดถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่น ๆ กลไกลกฏหมายของรัฐในปัจจุบันยังไม่มีกฏหมายบังคับจัดการกับครอบครัวอย่างแท้จริง จึงเกิดโครงการนำร่อง การใช้กระบวนการครอบครัวสมานฉันท์ เพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงของครอบครัว โดยใช้หลักการทำงานโดยการไกล่เกลี่ยให้สามีภรรยาที่มีความสัมพันธ์กัน โดยไม่คำนึงถึงการจดทะเบียน ให้เกิดความปรองดองกัน ก่อนเป็นคดีความ ภายใต้การช่วยเหลือของทีมสหวิชาชีพ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่กระทำความรุนแรงในครอบครัว ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสาเหตุและให้การฟื้นฟูฝ่ายผู้กระทำรุนแรงไปพร้อม ๆ กัน ประเด็น 1. บทบาทของชุมชนเพื่อป้องกันการเกิดความรุนแรง - มีการกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ของชุมชน รวมถึงปัญหาของชุมชน - ชุมชนมีความเข้มแข็ง - มีการจัดทำคู่มือการแก้ไขปัญหา - มีแผนระยะสั้น ระยะยาว มียุทธศาสตร์ 2. วิธีการและทักษะการเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย - ผู้นำทักษะด้านจิตวิทยาในการพูดคุย น่าเชื่อถือ ยึดกฏกติกาไม่ลำเอียง - สร้างข้อตกลงร่วมกัน เมื่อเกิดปัญหา โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นพยาน - ปลูกจิตสำนึกที่ดีต่อครอบครัวเป็นแบบอย่างที่ดีของชุมชน ห้องบรรยาย 631-632 เรื่องกฏหมายกับความรุนแรงในครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประเด็นในการอภิปรายได้กล่าวถึง (ร่าง) พรบ. คุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ..ว่าขณะนี้ - คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการ เมื่อ 12 กรกฎาคม 2548 - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา แจ้งผล 14 พฤศจิกายน 2549 - สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งกระทรวงการพัฒนาสังคม ฯ ยืนยัน 15 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งกระทรวงฯ ได้ยืนยันกลับไปเรียบร้อยแล้ว และที่ประชุมได้อธิบายรายละเอียดในแต่ละมาตราของ (ร่าง) พรบ.ฯ ดังกล่าว พร้อมทั้งได้ตั้งข้อสังเกตุและข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ 1. ควรมีการเตรียมการเพื่อรองรับ พรบ.ฯ ฉบับนี้ โดยการเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่เป็นการประชุมอบรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.ฯ ก่อนที่จะมีการนำมาใช้ จะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ควรมีกองทุนเพื่อสนับสนุน พรบ.ฯ ฉบับนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอำนาจในการบริหารจัดการได้เอง 3. ในการปฏิบัติงานตาม พรบ.ฯ ดังกล่าว ควรมีการจัดทำคู่มือเพื่อให้ง่ายแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน 4. ควรมีการเตรียมความพร้อม โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง ควรเริ่มร่างกฏกระทรวงและกฏระเบียบต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า |
|
[ ภาพงานมหกรรมรณรงค์ฯ ] [ ย้อนกลับ ] |