|
โครงการหน่วยจัดการความรู้ เรื่องความรุนแรงในครอบครัว
รพ.รามาธิบดี |
|
ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence)
เป็นปรากฏการณ์ของการใช้กำลัง ประทุษร้ายต่อชีวิต เสรีภาพ
หรือกระทำผิดทางเพศระหว่างคู่สมรสหรือเคยเป็นคู่สมรสหรือระหว่างบุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน
จนเกิดอันตรายแก่อนามัย ร่างกาย เสรีภาพ เพศ จิตใจและชีวิตแก่อีกฝ่ายหนึ่ง |
![]() |
| สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้หญิง ได้รับความสนใจอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานของทางราชการเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 มิถุนายน 2542 ออกมาตรการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี และเห็นชอบกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นเดือนยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี นอกจากนี้โรงพยาบาลหลายแห่งในกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีจากภาวะวิกฤติจากความรุนแรงขึ้นในโรงพยาบาล ต่อมาในปี 2545 สำนักพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานระบบบริการเด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรงในโรงพยาบาลนำร่อง 20 แห่ง ตามความพร้อมของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยสนับสนุนผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและสตรีที่ถูกกระทำรุนแรง ให้ครอบคลุมการให้บริการหลักทั้ง 4 ด้านคือ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านระบบการอำนวยความยุติธรรม ด้านสังคมสงเคราะห์และด้านการปลุกจิตสำนึก โดยเน้นการให้บริการแบบครบวงจร (One stop service) และพัฒนาเป็นเครือข่ายประสานงานเพื่อช่วยเหลือในระดับประเทศ | |
|
เป้าหมาย
ผลลัพธ์ (Outputs &outcomes) 1. มีระบบและเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือบุคคลที่ได้รับความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
2. มีระบบและแนวปฏิบัติในการบังคับรักษาและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำการรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัวในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมโดยคำนึงถึงความสมานฉันท์ 3. มีแนวปฏิบัติในการดูแลช่วยเหลือบุคคลที่ถูกกระทำรุนแรงในแต่ละสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ 4. วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่ถูกกระทำรุนแรงมีสมรรถภาพเพียงพอต่อการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับระดับสถานบริการนั้นๆ 5. ได้ข้อมูลสถานะขององค์ความรู้เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวในด้านต่างๆ ตั้งแต่ขนาดของปัญหา ผลกระทบ แนวทางการป้องกัน แนวทางการดูแลช่วยเหลือ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ 6. มีองค์ความรู้ในการนำเสนอฝ่ายนโยบายเพื่อการออกแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในเชิงนโยบายของประเทศ ก่อให้เกิดภาครัฐและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินงานในรูปแบบของการบูรณาการให้ประสานสอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการดูแลอย่างครบถ้วนและต่อเนื่อง |
|